ตอนนี้มีข้อดีข้อเดียวที่ชัดเจนค่ะ
คุณตัดสินใจย้ายได้เอง ไม่ต้องรอลายเซ็นคู่สมรส และไม่ต้องประสานแผนกับบุตร
แต่มีความเสี่ยงอีกด้านหนึ่งที่คนโสดมักมองข้าม
เมื่อคุณไม่สามารถตัดสินใจหรือจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้เอง ระบบอาจไม่ได้ไปหาคนที่คุณต้องการโดยอัตโนมัติ
ส่วนที่ 1 — เงินและสิทธิ
- ตรวจสัญชาติและเส้นทาง AHV กับ SAK
กลับไปอ่าน EP.8 เพราะคำตอบแตกต่างกันตามสัญชาติ ประเทศที่พำนัก และการขอคืนเงินสมทบ
AHV ไม่ใช่บัญชีเงินออมส่วนตัว และไม่สามารถตั้งผู้รับผลประโยชน์เพื่อรับเงินสมทบทั้งหมดเมื่อเสียชีวิตได้
หากไม่มีคู่สมรสหรือบุตรที่เข้าเงื่อนไข ก็ไม่ได้หมายความว่าเงินสมทบ AHV จะกลายเป็นมรดกหรือจ่ายให้พี่น้องโดยอัตโนมัติค่ะ
- ขอ IK-Auszug และตรวจช่องว่างเงินสมทบ
ดูว่าปีใดมีรายได้และเงินสมทบบันทึกอยู่ หากพบข้อมูลขาดหายควรถาม Ausgleichskasse ทันที
- ค้นหา Pensionskasse และ Freizügigkeitskonto ให้ครบ
ข้อนี้สำคัญสำหรับคนที่เปลี่ยนงานหลายครั้ง เพราะเงินจากนายจ้างเก่าอาจถูกย้ายไปอยู่ในบัญชีหรือมูลนิธิ Freizügigkeit ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
หากหาไม่พบ สามารถยื่นคำขอค้นหาผ่าน Zentralstelle 2. Säule ได้
- วางแผนถอน 2. Säule และ Säule 3a หลังตรวจภาษีทั้งสองประเทศ
ต้องแยกให้ชัดว่า
- ถอนด้วยเหตุย้ายออกจากสวิตเซอร์แลนด์
- ถอนก่อนวัยเกษียณ
- หรือรับเมื่อถึงวัยตามเงื่อนไข
วันที่ถอน วันที่ย้ายออก และวันที่นำเงินเข้าไทยอาจมีผลต่อภาษีต่างกันค่ะ
- ตรวจผู้รับผลประโยชน์ของแต่ละสถาบันแยกกัน
จุดนี้สำคัญมากสำหรับคนโสดและไม่มีลูก
แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเลือกผู้รับเงินได้อย่างอิสระทุกคน เพราะเงินแต่ละประเภทมีลำดับผู้รับผลประโยชน์ตามกฎหมายและข้อบังคับของสถาบัน
สำหรับ Pensionskasse ต้องดู Reglement ว่ากองทุนอนุญาตให้บุคคลใดรับเงินกรณีเสียชีวิต เช่น คู่ชีวิต บุคคลที่ผู้เสียชีวิตเคยอุปการะ บิดามารดา พี่น้อง หรือทายาทกลุ่มอื่น
สำหรับ Freizügigkeitskonto และ Freizügigkeitspolice มีลำดับผู้รับผลประโยชน์ตามกฎหมาย ผู้ถือบัญชีอาจปรับลำดับหรือสัดส่วนได้เฉพาะภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
สำหรับ Säule 3a ก็มีลำดับผู้รับผลประโยชน์ของตัวเอง และพินัยกรรมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถข้ามลำดับที่กฎหมายกำหนดได้
ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2027 กฎผู้รับผลประโยชน์ของ Säule 3a จะมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นบางส่วน แต่ยังไม่ใช่การเลือกใครก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด
จึงต้องแจ้งความประสงค์กับแต่ละสถาบันโดยใช้แบบฟอร์มของสถาบันนั้น และขอหนังสือยืนยันว่าได้รับข้อมูลแล้วค่ะ
ส่วนที่ 2 — เอกสาร 4 ฉบับที่ทำหน้าที่ต่างกัน
หลายคนคิดว่า
“ทำพินัยกรรมแล้วจบ”
แต่เอกสารแต่ละฉบับใช้คนละช่วงเวลาและคนละวัตถุประสงค์ค่ะ
Testament — พินัยกรรม
ใช้หลังคุณเสียชีวิต เพื่อกำหนดการแบ่งทรัพย์สินที่อยู่ในกองมรดก ภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
พินัยกรรมแบบเขียนด้วยลายมือต้องเขียนด้วยลายมือทั้งหมด พร้อมระบุวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อ
อีกทางหนึ่งคือจัดทำเป็นเอกสารสาธารณะตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
Patientenverfügung — หนังสือแสดงเจตนาด้านการรักษา
ใช้เมื่อคุณยังมีชีวิต แต่ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการรักษาพยาบาลได้เอง
เอกสารนี้ระบุได้ว่า
- ยอมรับหรือปฏิเสธการรักษาแบบใด
- มอบหมายให้ใครพูดคุยกับแพทย์แทน
- มีความประสงค์เกี่ยวกับการรักษาในช่วงท้ายของชีวิตอย่างไร
Vorsorgeauftrag — คำสั่งมอบหมายล่วงหน้า
ใช้เมื่อคุณยังมีชีวิต แต่สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ
สามารถมอบหมายให้บุคคลหนึ่งหรือหลายคนดูแล
- เรื่องส่วนตัว
- การเงินและทรัพย์สิน
- และการติดต่อหรือดำเนินการทางกฎหมาย
เอกสารนี้ต้องทำตามรูปแบบที่กฎหมายสวิตเซอร์แลนด์กำหนด และจะมีผลเมื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจเงื่อนไขแล้ว
Vollmacht — หนังสือมอบอำนาจ
ใช้มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการบางอย่างแทน เช่น ติดต่อธนาคารหรือหน่วยงาน
แต่ Vollmacht ไม่ใช่เอกสารเดียวกับ Vorsorgeauftrag และหนังสือมอบอำนาจบางประเภทอาจสิ้นสุดหรือเกิดข้อจำกัดเมื่อผู้มอบอำนาจสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจหรือเสียชีวิต
จึงต้องตรวจถ้อยคำและเงื่อนไขของเอกสารให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการจริงค่ะ
ประโยคที่ต้องจำคือ
พินัยกรรมไม่ได้ควบคุมผู้รับผลประโยชน์ของ Pensionskasse, Freizügigkeit, Säule 3a และประกันชีวิตโดยอัตโนมัติ
เงินแต่ละส่วนมีกติกาของตัวเอง และต้องแจ้งกับแต่ละสถาบันแยกกัน
ส่วนที่ 3 — เอกสารข้ามประเทศ
คำถามที่ต้องตอบก่อนย้ายคือ
- เอกสารที่ทำในสวิตเซอร์แลนด์ใช้ในประเทศไทยได้หรือไม่
- ต้องแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่
- ต้องรับรองลายมือชื่อหรือสำเนาหรือไม่
- ต้องใช้ Apostille หรือการรับรองรูปแบบอื่น
- เอกสารนั้นเกี่ยวกับทรัพย์สินในสวิตเซอร์แลนด์หรือประเทศไทย
- ควรทำเอกสารตามกฎหมายไทยเพิ่มเติมหรือไม่
ไม่ควรสรุปว่าเอกสารสวิตเซอร์แลนด์จะใช้ในไทยได้โดยอัตโนมัติ
โดยเฉพาะ Patientenverfügung และ Vorsorgeauftrag ซึ่งทำขึ้นตามกฎหมายสวิตเซอร์แลนด์ อาจไม่ได้ผูกพันโรงพยาบาล ธนาคาร หรือหน่วยงานของไทยในรูปแบบเดียวกัน
หากจะอาศัยอยู่ในไทยระยะยาว อาจต้องมีเอกสารตามกฎหมายไทยเพิ่มเติมสำหรับทรัพย์สิน การรักษาพยาบาล และการมอบอำนาจในประเทศไทย
แต่ไม่ควรทำเอกสารสองประเทศแยกกันโดยไม่ตรวจความสอดคล้อง เพราะเอกสารอาจขัดกันเอง
กรณีมีทรัพย์สินทั้งสองประเทศ ควรให้ผู้มีความรู้ด้านกฎหมายของทั้งสวิตเซอร์แลนด์และไทยตรวจร่วมกันค่ะ
ส่วนที่ 4 — สุขภาพและการดูแล
- ตรวจประกันสุขภาพในประเทศไทย
ดูให้ครบทั้ง
- อายุสูงสุดที่รับสมัคร
- โรคที่มีอยู่ก่อน
- ระยะเวลารอคอย
- วงเงินรักษา
- ค่าใช้จ่ายส่วนที่ต้องออกเอง
- โรงพยาบาลที่ใช้ได้
- และการต่ออายุกรมธรรม์
ยิ่งสมัครเมื่ออายุมาก ตัวเลือกอาจลดลงและเบี้ยประกันอาจสูงขึ้น
- ตรวจว่าประกันสุขภาพสวิสสิ้นสุดเมื่อใด
การแจ้ง Abmeldung ไม่ได้แปลว่าประกันทุกประเภทจะยกเลิกพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
ต้องแจ้งบริษัทประกันและขอเอกสารยืนยันวันสิ้นสุดความคุ้มครอง รวมถึงตรวจว่ามีช่วงว่างก่อนประกันไทยเริ่มหรือไม่
- เตรียมแผนการดูแลระยะยาว
อย่าประเมินจากค่าบ้านพักคนชราราคาถูกเพียงอย่างเดียว
ต้องตรวจ
- ระดับการดูแล
- ค่าใช้จ่ายเมื่อช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง
- ค่ายาและค่ารักษาที่ไม่รวม
- มาตรฐานสถานที่
- ระยะทางจากโรงพยาบาล
- และผู้ที่จะตรวจสอบการดูแลแทนคุณ
- แยกเงินฉุกเฉินออกจากเงินเกษียณ
เงินฉุกเฉินควรอยู่ในบัญชีที่เข้าถึงได้จริง ไม่ติดเงื่อนไขถอน และมีเพียงพอสำหรับค่ารักษา การเดินทาง หรือการดูแลเร่งด่วน
ส่วนที่ 5 — แฟ้มฉุกเฉิน
ทำแฟ้มหนึ่งชุด และบอกคนที่ไว้ใจอย่างน้อยหนึ่งคนว่าเก็บไว้ที่ใด
ในแฟ้มควรมี
- รายชื่อสถาบันการเงินทั้งหมด พร้อมเลขอ้างอิงที่จำเป็น
- รายชื่อ Pensionskasse และมูลนิธิ Freizügigkeit
- รายชื่อกรมธรรม์ประกัน
- สำเนาเอกสารสี่ฉบับข้างต้น
- ชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้ที่ได้รับมอบหมาย
- รายชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลติดต่อญาติหรือเพื่อนทั้งในไทยและสวิตเซอร์แลนด์
- รายการทรัพย์สินและหนี้สินในทั้งสองประเทศ
- คำแนะนำว่าควรติดต่อใครเป็นลำดับแรก
อย่าเก็บรหัสผ่านธนาคาร PIN หรือข้อมูลยืนยันตัวตนทั้งหมดไว้ในแฟ้มที่เปิดอ่านได้ทั่วไป
ให้ระบุเพียงว่ามีบัญชีกับธนาคารใด และจัดการสิทธิการเข้าถึงผ่าน Vollmacht หรือกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม
ความเห็นของฉัน
สิ่งที่ควรกังวลสำหรับคนโสดที่ย้ายกลับไทย ไม่ใช่เพียงจำนวนเงินเกษียณ
แต่คือช่วงเวลาที่เจ็บป่วยกะทันหันและไม่สามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้เอง
หากเข้าโรงพยาบาลในไทยโดยไม่มีผู้ติดต่อ ไม่มีเอกสารมอบหมาย และเงินทั้งหมดอยู่ในบัญชีสวิตเซอร์แลนด์ ปัญหาอาจซับซ้อนมาก แม้ว่าคุณจะมีเงินเพียงพอก็ตาม
ก่อนย้ายจึงควรมีอย่างน้อยสองอย่าง
หนึ่ง — เงินฉุกเฉินส่วนหนึ่งอยู่ในบัญชีที่เข้าถึงได้จริงในประเทศไทย
สอง — มีคนที่ไว้ใจได้อย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งรู้ว่าแฟ้มฉุกเฉินของคุณอยู่ที่ไหนและต้องติดต่อใคร
สองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องของความร่ำรวย แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยค่ะ
ตอนต่อไป EP.14 — มีคู่ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต้องวางแผนอะไร
แหล่งข้อมูลทางการ
- AHV/IV และ SAK
- Zentralstelle 2. Säule — ค้นหาเงินจาก 2. Säule
- BSV — ข้อมูล 2. Säule และ Säule 3a
- ข้อมูลทางการเกี่ยวกับพินัยกรรมและการมอบหมายล่วงหน้า
- สำนักงานสวิตเซอร์แลนด์ในประเทศไทย
- BAG — ประกันสุขภาพ
- Fedlex — กฎหมายสวิตเซอร์แลนด์ฉบับปัจจุบัน
คำศัพท์สำคัญในบทนี้
AHV — Alters- und Hinterlassenenversicherung — ประกันชราภาพและผู้รอดชีวิตของรัฐ
Pensionskasse — กองทุนบำเหน็จบำนาญจากการทำงาน หรือ 2. Säule
Freizügigkeitskonto — บัญชีรักษาสิทธิจาก 2. Säule
IK-Auszug — รายการบัญชี AHV รายบุคคล
Testament — พินัยกรรม
Patientenverfügung — หนังสือแสดงเจตนาด้านการรักษาพยาบาล
Vorsorgeauftrag — คำสั่งมอบหมายล่วงหน้าสำหรับกรณีสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ
Vollmacht — หนังสือมอบอำนาจ
Ausgleichskasse — สำนักงานกองทุนเงินชดเชย AHV
SAK — Schweizerische Ausgleichskasse — สำนักงาน AHV สำหรับผู้มีถิ่นพำนักในต่างประเทศ
คำศัพท์ทั้งหมด ภาษา Deutsch / Français / Italiano / ไทย
ดูได้ที่หน้าพจนานุกรมของเว็บไซต์
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
กฎหมาย อัตรา แบบฟอร์ม และแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง
โปรดตรวจข้อมูลกับหน่วยงานหรือสถาบันที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการจริง
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการลงทุนเฉพาะบุคคล