ฉันเจอคำถามนี้บ่อยที่สุดในกล่องข้อความ
“ถ้าโอนเงินเกษียณกลับไทย 300,000 ฟรังก์ ต้องเสียภาษีเท่าไร”
ฉันตอบไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่เพราะไม่มีคำตอบ แต่เพราะคำถามยังไม่สมบูรณ์
“เงินเกษียณ 300,000 ฟรังก์” ไม่ใช่ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับคำนวณภาษี
เงินจำนวนเท่ากัน ถอนวันเดียวกัน และโอนเข้าไทยวันเดียวกัน อาจมีผลทางภาษีไม่เท่ากัน หากมาจากคนละกอง
ตอนนี้จะพาคุณแยกให้ครบก่อน แล้วตอนต่อ ๆ ไปค่อยลงรายละเอียดทีละกอง
เงินที่คนย้ายกลับไทยอาจมี แยกได้เป็น 8 กอง
1AHV / IV
1. Säule — ประกันชราภาพ ผู้รอดชีวิต และทุพพลภาพของรัฐ
เป็นระบบประกันสังคมภาคบังคับ ไม่ใช่บัญชีเงินออมส่วนตัวของคุณ
สิทธิถูกกำหนดโดยกฎหมาย ไม่ใช่โดยสัญญาที่คุณเลือกเอง
สำหรับผู้ย้ายออกจากสวิตเซอร์แลนด์ ผลอาจแตกต่างกันตามสัญชาติ ประเทศที่ไปพำนัก ประวัติเงินสมทบ และข้อตกลงประกันสังคมที่ใช้บังคับ
ในบางกรณี ผู้มีสิทธิอาจได้รับบำนาญรายเดือนเมื่อถึงวัยอ้างอิง ส่วนบางกรณีอาจขอคืนเงินสมทบ AHV หรือ Beitragsrückvergütung ได้
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เลือกได้เองว่าจะรับรายเดือนหรือขอคืนเป็นเงินก้อน
ตัวแปรที่ขาดไม่ได้คือ สัญชาติ — รายละเอียดอยู่ใน EP.8
2Pensionskasse / 2. Säule
กองทุนบำเหน็จบำนาญจากการทำงาน
เป็นเงินที่คุณกับนายจ้างสะสมผ่านการทำงาน
สิทธิและเงื่อนไขการรับเงินขึ้นอยู่ทั้งกับกฎหมายสวิตเซอร์แลนด์ เหตุที่ใช้ขอรับเงิน และ Reglement ของกองทุนแต่ละแห่ง
หากย้ายไปอยู่นอกสวิตเซอร์แลนด์ ต้องตรวจด้วยว่าประเทศปลายทางอยู่ใน EU/EFTA หรือไม่ เพราะเงื่อนไขการรับเงินสดของส่วนบังคับอาจแตกต่างกัน
จึงไม่ใช่กฎเดียวกันทุกคน คุณควรขอ Reglement ฉบับปัจจุบันจาก Pensionskasse ของตัวเองมาอ่านประกอบ
3Freizügigkeitskonto / Freizügigkeitspolice
บัญชีหรือกรมธรรม์รักษาสิทธิ์
คือเงินจาก 2. Säule ที่ย้ายออกมาเก็บไว้เมื่อออกจากงานและยังไม่ได้เข้ากองทุนของนายจ้างรายใหม่
หลายคนมีมากกว่าหนึ่งบัญชีโดยไม่รู้ตัว เพราะเปลี่ยนงานหลายครั้ง และบางครั้งจำไม่ได้ว่าบัญชีเก่าอยู่ที่ไหน
เงินกองนี้ยังเป็นเงินจากระบบ 2. Säule ไม่ได้กลายเป็นเงินออมทั่วไปเพียงเพราะถูกย้ายมาไว้ใน Freizügigkeitskonto หรือ Freizügigkeitspolice
4Säule 3a
การออมเพื่อเกษียณแบบผูกพัน
เป็นเงินที่คุณออมเองโดยสมัครใจและอาจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขของกฎหมาย
การถอนมีเงื่อนไขเฉพาะของตัวเอง และที่สำคัญคือ แม้ Säule 3a กับ 2. Säule จะเป็นเงินเพื่อการเกษียณเหมือนกัน แต่ไม่ควรสรุปว่าทั้งสองกองได้รับผลทางภาษีหรือสิทธิขอคืน Quellensteuer เหมือนกัน
ต้องตรวจประเภทของเงิน สถาบันผู้จ่าย ประเทศที่พำนัก และหลักเกณฑ์ที่ใช้ในวันที่จ่ายเงินจริง
รายละเอียดอยู่ใน EP.6
5เงินออมทั่วไป
บัญชีธนาคาร
อาจเป็นเงินที่สะสมจากเงินเดือน รายได้จากการทำงาน หรือเงินที่เหลือหลังค่าใช้จ่ายตลอดหลายปี
เงินส่วนนี้อาจเป็น “เงินต้น” ที่สะสมไว้ ไม่ใช่รายได้ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่โอน
แต่คุณต้องพิสูจน์เส้นทางของเงินได้ว่าเป็นเงินที่สะสมมาจากอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร และอยู่ในบัญชีใด
เพียงเรียกว่า “เงินออม” ยังไม่เพียงพอ หากไม่มี Statement หรือเอกสารแสดงที่มาของเงิน
6เงินลงทุน
Funds หุ้น พันธบัตร หรือบัญชีที่มีหลักทรัพย์
กองนี้ซับซ้อนที่สุด เพราะภายในพอร์ตเดียวอาจมีเงินหลายส่วนปะปนกัน ได้แก่
- เงินต้นที่ใส่เข้าไป
- ดอกเบี้ย
- เงินปันผล
- กำไรหรือขาดทุนจากการขาย
แต่ละส่วนอาจได้รับการปฏิบัติทางภาษีแตกต่างกัน และอาจเกิดขึ้นคนละปี
จึงไม่ควรใช้เพียงยอดรวมของพอร์ตหรือยอดที่โอนเข้าประเทศไทยมาตัดสินว่าเป็นเงินประเภทใด
7ประกันชีวิต
รวมถึง Säule 3b บางประเภท
ต้องดูก่อนว่าเป็นประกันแบบใด มีมูลค่าเงินสดหรือไม่ และเงินที่ได้รับเกิดจากการเวนคืนกรมธรรม์ ครบกำหนดสัญญา หรือการเสียชีวิตของผู้เอาประกัน
ผู้รับเงินและลำดับสิทธิอาจขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ ข้อกำหนดผู้รับผลประโยชน์ กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก และเงื่อนไขในสัญญา
ดังนั้น ไม่ควรดูเฉพาะชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์หรือพินัยกรรมเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจเอกสารและกฎหมายที่ใช้กับกรณีนั้นร่วมกัน
8มรดก
เงินที่ได้รับจากกองมรดกเป็นคนละเรื่องกับรายได้หรือผลตอบแทนที่ทรัพย์มรดกสร้างขึ้นภายหลัง
ตัวอย่างเช่น การได้รับบ้านเป็นมรดก การขายบ้านหลังจากได้รับมรดก และรายได้ค่าเช่าจากบ้านหลังนั้น เป็นเหตุการณ์คนละประเภทกัน
จึงไม่ควรนำคำว่า “มรดกไม่เสียภาษี” มาใช้ครอบทุกกรณี เพราะต้องแยกอย่างน้อยว่าเป็นทรัพย์มรดกเดิม รายได้ที่เกิดภายหลัง หรือกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์
รายละเอียดอยู่ใน EP.11
ทำไมการแยกกองจึงสำคัญกว่าที่คิด
เพราะแต่ละกองต่างกันพร้อมกันอย่างน้อย 5 เรื่อง
- เหตุทางกฎหมายหรือข้อบังคับที่เปิดให้ถอน
- ใครเป็นผู้กำหนดสิทธิ์ — กฎหมายกลางหรือ Reglement ของสถาบัน
- ภาษีสวิตเซอร์แลนด์ตอนจ่ายเงินและสิทธิขอคืน
- การปฏิบัติทางภาษีในประเทศไทยเมื่อเงินเข้า
- ลำดับผู้รับผลประโยชน์หากคุณเสียชีวิตก่อน
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุด
สมมุติคุณถอนเงินสองก้อนในวันเดียวกัน
ก้อนแรกมาจาก Pensionskasse ของนายจ้างเอกชน
ก้อนที่สองมาจาก Säule 3a ของธนาคาร
เงินทั้งสองก้อนอาจถูกหัก Quellensteuer หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายในสวิตเซอร์แลนด์เหมือนกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าสิทธิขอคืนและผลสุดท้ายทางภาษีจะเหมือนกัน
ต้องตรวจแยกตามประเภทเงิน ฐานกฎหมาย สถาบันผู้จ่าย ประเทศที่พำนัก และตาราง DTA หรือแนวปฏิบัติที่ใช้ในวันที่จ่ายเงินจริง
ดังนั้น เงินสองก้อนที่ออกจากประเทศเดียวกันในวันเดียวกัน อาจจบลงด้วยยอดสุทธิและขั้นตอนทางภาษีที่แตกต่างกัน
7 ข้อมูลที่ต้องติดไว้กับเงินทุกก้อน
ถ้าคุณจะเริ่มทำอะไรสักอย่างหลังอ่านตอนนี้ ฉันอยากให้เริ่มที่ตารางนี้
เปิดไฟล์ใหม่ แล้วทำหนึ่งบรรทัดต่อเงินหนึ่งก้อน
- แหล่งที่มาของเงินและชื่อสถาบันผู้จ่าย
- สัญชาติทั้งหมดของผู้รับ หากมีสองสัญชาติต้องระบุทั้งสอง
- เหตุที่ทำให้มีสิทธิรับหรือถอนเงิน
- วันที่เงินได้เกิดขึ้นและวันที่จ่ายจริง เพราะสองวันนี้อาจไม่เหมือนกัน
- ประเทศที่คุณมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในปีที่เงินได้เกิดขึ้น
- วันที่นำเงินเข้าประเทศไทยและจำนวนเงิน
- ภาษีสวิตเซอร์แลนด์ที่ชำระ ถูกหัก หรืออาจขอคืนได้
ข้อ 4 กับข้อ 5 คือสองข้อที่คนพลาดบ่อยที่สุด และเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตรวจผลทางภาษีไทย
ความเห็นของฉัน
ตารางนี้ควรทำก่อนย้ายกลับอย่างน้อยหนึ่งปี ไม่ใช่ทำตอนกำลังจะโอนเงิน
เหตุผลตรงไปตรงมา — เอกสารบางอย่างขอย้อนหลังยากมาก โดยเฉพาะ Statement ของบัญชีเก่าที่ปิดไปแล้ว และ Freizügigkeitskonto ที่คุณลืมว่ามีอยู่ที่ไหน
ยิ่งคุณตอบ 7 ข้อนี้ได้ครบเท่าไร คำถามในตอนต่อ ๆ ไปจะง่ายขึ้นเท่านั้น
“เงินเกษียณ” เป็นคำเรียกรวมในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่คำตอบทางภาษี
เงินสองก้อนที่ถอนในวันเดียวกันยังอาจได้รับการปฏิบัติไม่เหมือนกัน
ตอนต่อไป
EP.2 — ก่อนถอนเงินจากสวิตเซอร์แลนด์ อย่าเริ่มที่ “อยากได้เงินก้อน”
แหล่งข้อมูลทางการ
- AHV/IV และ SAK: AHV/IV | Zentrale Ausgleichsstelle
- กฎหมาย 2. Säule และ Freizügigkeit: Bundesamt für Sozialversicherungen | ch.ch
- Quellensteuer และข้อตกลงภาษีซ้อน: Eidgenössische Steuerverwaltung
- ภาษีประเทศไทย: กรมสรรพากร
คำศัพท์สำคัญในบทนี้
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
กฎหมาย อัตรา แบบฟอร์ม และแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจข้อมูลกับหน่วยงานหรือสถาบันที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการจริง
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการลงทุนเฉพาะบุคคล