เงินแต่ละก้อนจะใช้เมื่อไร
เงินก้อนเดียวกันควรอยู่ต่างที่กัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้มันปีหน้า อีกห้าปี หรืออีกยี่สิบปี บทนี้ชวนคุณแยกเงินตามเวลาที่จะใช้ ก่อนจะเลือกเครื่องมือลงทุนในบทถัด ๆ ไป
- เงินที่ต้องใช้แน่ ๆ ในไม่กี่ปี ไม่ควรอยู่ในสินทรัพย์ที่มูลค่าแกว่ง
- การแบ่งเงินเป็นถังตามระยะเวลาเป็นหลักการทั่วไป ไม่ใช่กฎหมาย
- ถ้าเป้าหมายคือซื้อบ้าน เงินใน Säule 3a นับเป็น harte Eigenmittel ได้ แต่เงินที่ถอนจาก Pensionskasse นับเป็น weiche Eigenmittel
- WEF-Vorbezug จาก Pensionskasse มีเงื่อนไขตายตัว เช่น ขั้นต่ำ CHF 20,000 ทำได้ทุก 5 ปี และมีข้อจำกัดเพิ่มเมื่ออายุเกิน 50 ปี
- ถ้าคุณอาจกลับไทยในไม่กี่ปี ระยะเวลานั้นคือข้อมูลสำคัญที่สุดในการวางแผนก้อนนี้
สารบัญ · 7 หัวข้อ
ต่อจากบทที่ 5
บทที่ 5 จัดฐานให้เรียบร้อยแล้ว คือเงินสำรองที่หยิบได้ทันที และหนี้ที่อยู่ในความควบคุม
บทนี้เป็นขั้นต่อไป คือแยกเงินที่เหลือออกเป็นก้อนตามเวลาที่จะใช้ เพราะระยะเวลาเป็นตัวกำหนดว่าเงินก้อนนั้นรับความผันผวนได้แค่ไหน ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว
ทำไมระยะเวลากำหนดวิธีลงทุน
ราคาหุ้นและกองทุนหุ้นแกว่งขึ้นลงได้มากในช่วงสั้น และมูลค่าอาจต่ำกว่าทุนติดต่อกันหลายปี
ถ้าเงินก้อนนั้นมีวันที่ใช้แน่นอน เช่น วางเงินดาวน์บ้านปีหน้า หรือค่าเรียนของลูกในอีกสองปี คุณจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายในราคาวันนั้น
ยิ่งระยะเวลายาว โอกาสที่จะรอให้ตลาดฟื้นตัวก็ยิ่งมี แต่ไม่มีใครรับประกันช่วงเวลาที่ต้องรอ
คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ “ฉันรับความเสี่ยงได้ไหม” แต่คือ “เงินก้อนนี้มีวันที่ต้องใช้หรือเปล่า” ถ้ามีวันที่ชัดเจนและเลื่อนไม่ได้ ความผันผวนไม่ใช่เรื่องที่ทนได้ด้วยใจ แต่เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้แผนพัง
เรื่องความเสี่ยงที่รับได้จริงและสิ่งที่คนมักทำตอนตลาดตก อยู่ในบทที่ 7
แบ่งเงินเป็นถังตามเวลา
วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือแบ่งเป็น 3 ถัง
- เงินสำรอง ค่าเรียน ค่าย้ายบ้าน
- เงินดาวน์ที่ใกล้ถึงกำหนด
- ตั๋วกลับไทย
- เปลี่ยนรถ
- ทุนตั้งต้นทำธุรกิจ
- เงินดาวน์ที่ยังไม่กำหนดปี
- เงินเกษียณ
- เงินก้อนสำหรับลูกที่ยังเล็ก
เส้นแบ่ง 3 ปีและ 10 ปีเป็นตัวเลขที่ใช้กันในวงการ ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมายและไม่มีที่มาเดียว บางแหล่งใช้ 5 ปี บางแหล่งใช้ 15 ปี ให้ถือเป็นกรอบคิด ไม่ใช่กฎ
ถังที่ 2 คือจุดที่ฉันเห็นคนพลาดบ่อยที่สุด เพราะเงินก้อนนี้ไม่เร่งพอที่จะเก็บเป็นเงินสดทั้งหมด แต่ก็ไม่ยาวพอจะทนตลาดตกได้สบาย ทางที่ฉันคิดว่าสมเหตุสมผลคือเขียนวันที่ให้ชัดก่อน ถ้าวันที่ยังเลื่อนได้ ก้อนนี้ก็รับความผันผวนได้มากขึ้น ถ้าวันที่เลื่อนไม่ได้ ให้ปฏิบัติกับมันเหมือนถังที่ 1
เป้าหมายที่คนไทยในสวิสเจอบ่อย
เกษียณ
เงินในถังนี้ส่วนใหญ่อยู่ใน Pensionskasse และ Säule 3a ซึ่งถอนก่อนกำหนดไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่กฎหมายระบุ ดังนั้นระยะเวลาของก้อนนี้ถูกกำหนดโดยกฎหมาย ไม่ใช่โดยคุณ
ภาพรวมของทั้ง 3 หลักอยู่ในบทที่ 4 และวิธีใช้ 3a ให้เต็มกรอบอยู่ในบทที่ 14
ซื้อบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ในสวิส
เป้าหมายนี้มีกฎที่ต้องรู้ล่วงหน้าหลายปี เพราะ “เงินของคุณอยู่ที่ไหน” มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ
ธนาคารในสวิสโดยทั่วไปขอ Eigenmittel (เงินทุนของผู้ซื้อเอง) อย่างน้อย 20% ของมูลค่าที่ใช้ประเมิน และในจำนวนนั้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คือ 10% ของมูลค่า ต้องเป็น harte Eigenmittel (เงินทุนส่วนที่ไม่ได้มาจาก Pensionskasse)
นอกจากนี้ธนาคารคำนวณ Tragbarkeit (ความสามารถแบกรับค่าใช้จ่าย) ด้วยอัตราดอกเบี้ยสมมุติราว 4.5% ถึง 5% ไม่ใช่ดอกเบี้ยจริงในวันนั้น บวกค่าดูแลอาคารราว 1% ของมูลค่า และค่าผ่อนคืนส่วนที่เกินสองในสามของมูลค่า ซึ่งต้องผ่อนหมดภายใน 15 ปีหรือถึงวัยเกษียณ แล้วเทียบกับรายได้ เกณฑ์ที่ใช้กันคือค่าใช้จ่ายรวมไม่เกินราวหนึ่งในสามของรายได้ แต่ละธนาคารกำหนดเกณฑ์และอัตราสมมุติต่างกัน
การถอนเงิน Pensionskasse เพื่อที่อยู่อาศัยของตัวเอง (WEF-Vorbezug) มีเงื่อนไขหลักดังนี้
- ใช้ได้กับที่อยู่อาศัยที่คุณเป็นเจ้าของและอยู่เองเท่านั้น ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศหรือบ้านให้เช่า
- ขั้นต่ำ CHF 20,000 ต่อครั้ง และทำได้ทุก 5 ปี
- ก่อนอายุ 50 ปี ถอนได้ถึงจำนวนสิทธิที่มีอยู่ หลังอายุ 50 ปี ถอนได้ไม่เกินจำนวนที่สูงกว่าระหว่างยอดสิทธิ ณ อายุ 50 ปี กับครึ่งหนึ่งของยอดในวันที่ถอน
- เงินที่ถอนต้องเสียภาษีทันที และภาษีนั้นต้องจ่ายจากเงินอื่น ไม่ใช่จากเงินที่ถอนมา
- ถ้าขายบ้าน โดยหลักต้องคืนเงินที่ถอนไปเข้ากองทุน
- เงินที่เพิ่งซื้อเพิ่มเข้ากองทุน (Einkauf) ถอนเป็น WEF ได้เร็วที่สุดหลัง 3 ปี
- ต้องมีลายมือชื่อยินยอมของคู่สมรสหรือคู่จดทะเบียน
ทางเลือกอีกทางคือ Verpfändung (การจำนำสิทธิ) ซึ่งเงินยังอยู่ในกองทุนและใช้เป็นหลักประกันแทน เงื่อนไขและผลต่อบำนาญต่างจากการถอน รายละเอียดเพิ่มเติมและเรื่อง Einkauf อยู่ในบทที่ 15
ถ้าคุณคิดจะซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 3 ถึง 5 ปี สองเรื่องที่ควรทำตั้งแต่วันนี้คือ หนึ่ง เก็บส่วน harte Eigenmittel ให้ครบก่อน เพราะส่วนนี้แทนด้วยเงิน Pensionskasse ไม่ได้ และสอง อย่าเอาเงินดาวน์ที่มีวันที่ชัดเจนไปไว้ในสินทรัพย์ที่แกว่ง เพราะถ้าตลาดตกในปีที่คุณต้องใช้ แผนทั้งแผนต้องเลื่อน
กลับไทย
ระยะเวลาของแผนนี้เปลี่ยนทุกอย่าง เช่น จะเริ่มพอร์ตระยะยาวใหม่ตอนนี้หรือไม่ บัญชีไหนเก็บไว้ได้หลัง Abmeldung (การแจ้งย้ายออกจากสวิส) และเงินก้อนไหนต้องแลกเป็นบาทเมื่อไร
รายละเอียดกฎและขั้นตอนอยู่ในซีรีส์ กลับไทยแบบมีแผน ส่วนพอร์ตลงทุนหลังย้ายออกอยู่ในบทที่ 18
เป้าหมายกลางทางอื่น
เช่น เรียนต่อหรืออบรมวิชาชีพ ตั้งธุรกิจเล็ก ๆ ทุนก้อนให้ลูก หรือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่รู้ล่วงหน้า เช่น ค่าทันตกรรม
เป้าหมายกลุ่มนี้มักอยู่ในถังที่ 2 และมักถูกลืมนับ จนกลายเป็นเหตุให้ต้องขายการลงทุนก่อนเวลา
สิ่งที่ต้องเขียนให้ชัดต่อหนึ่งเป้าหมาย
ข้อ 3 สำคัญกว่าที่คนคิด เพราะเป้าหมายที่เลื่อนได้กับเลื่อนไม่ได้ ควรอยู่ต่างที่กัน แม้ระยะเวลาจะเท่ากัน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เงินที่มีวันที่ใช้แน่นอนต้องอยู่ในถังที่สั้นกว่านั้น
ใช้ได้สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่เอง และยังนับเป็น harte Eigenmittel
ส่วน 10% แรกต้องเป็น harte Eigenmittel ซึ่งเงิน Pensionskasse ไม่นับ
ธนาคารคำนวณด้วยอัตราสมมุติราว 4.5–5%
ภาษีต้องจ่ายจากเงินอื่น
ตารางจัดเป้าหมายลงถัง
กรอกเป้าหมายของคุณ
เป้าหมายที่ 1
ยังไม่ระบุปีถ้าทำได้เรื่องเดียว
เขียนปีที่จะใช้เงินไว้ข้างทุกเป้าหมายของคุณ
เป้าหมายที่ไม่มีปีกำกับ มักกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกจ่ายด้วยการขายการลงทุนในเวลาที่ไม่ควรขายค่ะ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะสัญญา โปรดตรวจ Police, AVB, หนังสือแจ้งจากบริษัท และเส้นตายของตนก่อนดำเนินการ