← กลับสารบัญ Betreibung
Betreibung

EP.3 ศาลกับ Betreibungsamt แบ่งหน้าที่กันอย่างไร?

แยกบทบาทของศาล, Betreibungsamt และ Konkursamt ตั้งแต่ Zahlungsbefehl, Rechtsvorschlag และ Rechtsöffnung จนถึงการดำเนินการต่อ

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกบทความ
คำตอบสั้น ๆ

ในกระบวนการ Betreibung สำนักงานและศาลมีหน้าที่ต่างกัน Betreibungsamt รับคำขอ ออก Zahlungsbefehl และดำเนินขั้นบังคับชำระหนี้ ส่วนศาลเข้ามาเมื่อมีข้อพิพาทหรือเมื่อกฎหมายกำหนด เช่น Rechtsöffnung และการเปิด Konkurs

ทำไมไม่ควรรอ “หมายศาล”

เจ้าหนี้สามารถเริ่ม Betreibung โดยยื่น Betreibungsbegehren ต่อ Betreibungsamt ได้ ในขั้นออก Zahlungsbefehl สำนักงานไม่ได้ตัดสินว่าหนี้มีอยู่จริงหรือไม่ การได้รับ Zahlungsbefehl จึงไม่ได้แปลว่าศาลตัดสินว่าคุณเป็นหนี้แล้ว แต่เป็นเอกสารที่ทำให้กำหนดเวลาตามกฎหมายเริ่มนับ

สัญญาณสำคัญในระบบสวิสจึงมาถึงก่อนขั้นศาล หากไม่เห็นด้วยกับหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องตรวจสิทธิยื่น Rechtsvorschlag ภายในกำหนดเวลา

ประโยคช่วยจำ — แต่ไม่ใช่กฎที่ครอบคลุมทุกกรณี

โดยสรุปอย่างง่าย ศาลวินิจฉัยข้อพิพาท ส่วน Betreibungsamt ดำเนินกระบวนการบังคับชำระหนี้ แต่เส้นทาง Konkurs ยังเกี่ยวข้องกับศาลและ Konkursamt ด้วย

ขั้นที่ 1 — Betreibungsamt ส่ง Zahlungsbefehl

Gläubiger (เจ้าหนี้) ยื่น Betreibungsbegehren ต่อสำนักงานที่รับผิดชอบ จากนั้น Betreibungsamt ออกและส่ง Zahlungsbefehl (คำสั่งให้ชำระเงิน) ตามขั้นตอน

ในจุดนี้ยังไม่มีการตรวจเนื้อหาว่าคำเรียกร้องถูกต้องจริงหรือไม่ และยังไม่มีคำพิพากษาว่าลูกหนี้แพ้คดี

ขั้นที่ 2 — Rechtsvorschlag ระงับการเดินหน้าของ Betreibung

หากผู้ถูกเรียกร้องไม่เห็นด้วย สามารถยื่น Rechtsvorschlag โดยทั่วไปภายใน 10 วันนับจากวันที่ได้รับ Zahlungsbefehl ตาม Art. 74 SchKG

ผลของ Rechtsvorschlag คือ Betreibung ไม่สามารถเดินหน้าต่อในจำนวนที่คัดค้านได้จนกว่าเจ้าหนี้จะทำให้คำคัดค้านสิ้นผล ตาม Art. 78 SchKG แต่รายการ Betreibung ไม่ได้ถูกลบออกจากทะเบียนเพียงเพราะยื่นคัดค้าน

ขั้นที่ 3 — เจ้าหนี้ต้องจัดการคำคัดค้าน

เมื่อมี Rechtsvorschlag เจ้าหนี้อาจดำเนินคดีเพื่อพิสูจน์สิทธิเรียกร้องตาม Art. 79 SchKG หรือขอ Rechtsöffnung หากมีเอกสารที่เข้าเงื่อนไขตาม Art. 80–82 SchKG

Definitive Rechtsöffnung

ใช้เมื่อมีคำพิพากษาที่บังคับได้ หรือคำตัดสินและเอกสารอื่นที่กฎหมายให้มีผลเทียบเท่าตาม Art. 80 SchKG จึงไม่จำกัดเฉพาะคำพิพากษาศาลเพียงประเภทเดียว

Provisorische Rechtsöffnung

ใช้เมื่อเจ้าหนี้มีเอกสารรับสภาพหนี้ที่ลงลายมือชื่อและเข้าเงื่อนไขตาม Art. 82 SchKG หากศาลให้ provisorische Rechtsöffnung ลูกหนี้มีเวลา 20 วันนับจากวันที่ได้รับคำวินิจฉัยเพื่อยื่น Aberkennungsklage ตาม Art. 83 Abs. 2 SchKG หากต้องการให้ศาลวินิจฉัยว่าหนี้ไม่มีอยู่

ได้รับเอกสารจากศาลแล้วอย่ารอ

กำหนดเวลาและวิธีโต้แย้งขึ้นอยู่กับเอกสารที่ได้รับ ควรเก็บซองและจดวันที่รับเอกสาร แล้วติดต่อทนายความหรือ Schuldenberatung โดยเร็ว

ขั้นที่ 4 — เจ้าหนี้ยื่น Fortsetzungsbegehren

เมื่อไม่มี Rechtsvorschlag หรือคำคัดค้านถูกทำให้สิ้นผลแล้ว เจ้าหนี้จึงขอให้ Betreibung เดินหน้าต่อได้ด้วย Fortsetzungsbegehren ตาม Art. 88 SchKG

ยื่นได้เร็วที่สุดเมื่อพ้น 20 วันนับจากวันที่ส่ง Zahlungsbefehl และโดยหลักต้องยื่นภายในหนึ่งปีนับจากวันส่งเอกสาร อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาระหว่างการเริ่มกระบวนการทางศาลหรือทางปกครองเพื่อจัดการ Rechtsvorschlag จนถึงวันที่สามารถเดินหน้าต่อได้อีกครั้งจะไม่นับรวมในกำหนดหนึ่งปี

หากพ้นกำหนด สิทธิเดินหน้าต่อภายใต้ Zahlungsbefehl ฉบับนั้นสิ้นสุดลง เจ้าหนี้อาจต้องเริ่ม Betreibung ใหม่ ไม่ได้หมายความว่าหนี้เดิมหายไปโดยอัตโนมัติ

หลังจากนั้นใครเป็นผู้ดำเนินการ?

  • Betreibung auf Pfändung: Betreibungsamt ดำเนินการ Pfändung เช่น ตรวจและยึดทรัพย์หรือรายได้ที่ยึดได้ตามกฎหมาย โดยต้องคำนึงถึง Existenzminimum
  • Betreibung auf Konkurs: ศาลพิจารณาเปิด Konkurs และหลังจากนั้น Konkursamt รับผิดชอบกระบวนการล้มละลาย
  • Betreibung auf Pfandverwertung: เป็นเส้นทางบังคับชำระหนี้จากทรัพย์ที่เป็นหลักประกันตามเงื่อนไขของกฎหมาย

ดังนั้นประโยคว่า “ศาลไม่ใช่คนที่มายึดทรัพย์” ช่วยอธิบายเส้นทาง Pfändung ได้ แต่ไม่ควรนำไปสรุปว่าศาลไม่มีบทบาทใน Betreibung ทุกประเภท

ตรวจว่าตอนนี้คุณอยู่ขั้นไหน

  • ได้รับ Zahlungsbefehl และยังไม่ครบ 10 วัน: ตรวจยอด เจ้าหนี้ และฐานของหนี้ทันที หากไม่เห็นด้วยให้ตรวจวิธียื่น Rechtsvorschlag
  • ยื่น Rechtsvorschlag แล้ว: การเดินหน้าถูกระงับในส่วนที่คัดค้าน แต่ควรเก็บเอกสารและติดตามจดหมายต่อไป
  • ได้รับเอกสารเรื่อง Rechtsöffnung: ศาลเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ต้องตรวจเส้นตายและหลักฐานโดยเร็ว
  • ไม่ได้ยื่น Rechtsvorschlag และพ้น 20 วัน: เจ้าหนี้อาจยื่น Fortsetzungsbegehren ได้ หากยังอยู่ภายในกำหนด
  • ได้รับ Pfändungsankündigung: เรื่องเข้าสู่ขั้นดำเนินการต่อแล้ว ควรติดต่อ Betreibungsamt ที่ระบุในเอกสาร

คำศัพท์สำคัญในบทนี้

Betreibungsamt (เบไทรบุงส์-อัมท์)
สำนักงานที่ดำเนินกระบวนการเรียกบังคับชำระหนี้ในเขตที่รับผิดชอบ
Rechtsvorschlag (เร็คส์-ฟอร์ชลาก)
คำคัดค้าน Zahlungsbefehl ซึ่งระงับการเดินหน้าของ Betreibung ในส่วนที่คัดค้าน
Rechtsöffnung (เร็คส์-เอิฟนุง)
กระบวนการขอให้คำคัดค้านสิ้นผลเมื่อมีเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด
Aberkennungsklage (อาแบร์เค็นนุงส์-คลาเกอ)
คดีที่ลูกหนี้ยื่นหลัง provisorische Rechtsöffnung เพื่อให้วินิจฉัยว่าหนี้ไม่มีอยู่
Fortsetzungsbegehren (ฟอร์ทเซ็ตซุงส์-เบเกเริน)
คำขอของเจ้าหนี้ให้ Betreibung เดินหน้าต่อ
Konkursamt (คอนคูร์ส-อัมท์)
สำนักงานที่ดำเนินกระบวนการล้มละลายหลังศาลเปิด Konkurs

ดูทุกตอนของ Betreibung ฉบับรู้ทัน →

หมายเหตุ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะบุคคล เส้นทางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นอยู่กับประเภทของลูกหนี้ ประเภท Betreibung เอกสาร และสถานการณ์จริง หากเรื่องอยู่ในขั้นศาลหรือมี Pfändungsankündigung ควรขอคำปรึกษาโดยเร็ว

ตรวจสอบล่าสุด: 13 กันยายน 2026

แหล่งข้อมูล

ตรวจสอบกับหน่วยงานทางการ

เปิดต้นฉบับหรือเลือกแปลเป็นไทยเพื่อช่วยอ่าน

Fedlex — กฎหมาย SchKG ฉบับทางการ
ch.ch — กระบวนการ Betreibung
Gerichte Zürich — ค่าใช้จ่ายและความช่วยเหลือด้านคดี

คำแปลเป็นระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยทำความเข้าใจ ไม่ใช่คำแปลทางกฎหมาย