เมื่อย้ายกลับประเทศไทยและถอนเงินเกษียณจากสวิตเซอร์แลนด์ สถาบันผู้จ่ายอาจหัก Quellensteuer (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ก่อนโอนเงินให้
คำถามไม่ได้จบเพียงว่า “ขอคืนจากสวิตเซอร์แลนด์ได้ไหม” เพราะเงินก้อนเดียวกันต้องตรวจต่อว่า ประเทศไทยมีสิทธิจัดเก็บภาษีหรือไม่ และต้องสำแดงในปีใด
การได้รับภาษีคืนจากสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ได้แปลว่าเงินก้อนนั้นปลอดภาษี แต่อาจหมายถึงสิทธิจัดเก็บภาษีอยู่ที่ประเทศไทยตามอนุสัญญาภาษีซ้อน
ขั้นแรก ต้องรู้ว่าเงินมาจากก้อนไหน
| เงินที่ถอน | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| Pensionskasse / Freizügigkeitskonto เสาที่ 2 จากการทำงานภาคเอกชน | โดยหลักอาจยื่นขอคืน Quellensteuer ได้ หากวันที่รับเงินเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทยตาม DTA |
| เงินจากงานภาครัฐ | ต้องตรวจมาตรา 18 ของ DTA รวมถึงสัญชาติของผู้รับ ไม่ควรใช้คำตอบเดียวกับกองทุนจากงานเอกชน |
| Säule 3a | ห้ามสรุปว่าใช้สิทธิขอคืนได้เหมือนเสาที่ 2 ต้องสอบถามสำนักงานภาษีของรัฐที่สถาบัน 3a ตั้งอยู่เป็นรายกรณี |
| AHV | ไม่ใช้ขั้นตอนขอคืน Quellensteuer แบบเดียวกับเสาที่ 2 หรือ 3a |
ตามมาตรา 17 ของอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–สวิส เงินบำนาญและค่าตอบแทนลักษณะเดียวกันซึ่งจ่ายเนื่องจากการทำงานในอดีต โดยหลักให้ประเทศที่ผู้รับมีถิ่นที่อยู่เป็นผู้จัดเก็บภาษี
หากวันที่รับเงินเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ตาม DTA ในประเทศไทย เงินเสาที่ 2 จากการทำงานภาคเอกชนจึงอาจอยู่ในอำนาจจัดเก็บของประเทศไทย ส่วน Säule 3a ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นเงินจากการทำงานในอดีตเหมือนเสาที่ 2 ต้องตรวจสิทธิขอคืนแยกต่างหาก
ทำไมสวิตเซอร์แลนด์ยังหักภาษีก่อน?
หากวันที่เงินถึงกำหนดจ่าย ผู้รับไม่มีถิ่นที่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ สถาบันบำนาญหรือสถาบัน 3a อาจต้องหัก Quellensteuer ตามกฎหมายสวิสก่อน
แม้เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ ภาษีก็ยังอาจถูกหัก เพราะเกณฑ์สำคัญคือถิ่นที่อยู่ของผู้รับในวันที่เงินถึงกำหนดจ่าย ไม่ใช่ประเทศที่บัญชีธนาคารตั้งอยู่
ขั้นตอนขอคืนภาษีจากสวิตเซอร์แลนด์
1. ขอเอกสารจากสถาบันผู้จ่ายเงิน
- Auszahlungsabrechnung — ใบแจ้งการจ่ายเงิน
- หนังสือยืนยันยอดเงินก่อนหักภาษี
- หนังสือยืนยันจำนวน Quellensteuer ที่ถูกหัก
- วันที่เงินถึงกำหนดจ่ายและวันที่โอนจริง
- ชื่อและที่อยู่ของสถาบันผู้จ่าย
- หลักฐาน Abmeldung จากสวิตเซอร์แลนด์
- รายการเดินบัญชีที่แสดงจำนวนเงินที่ได้รับจริง
2. ตรวจว่าต้องยื่นกับรัฐใด
คำร้องขอคืนไม่ได้ยื่นตามรัฐที่เราเคยอาศัยหรือทำงาน แต่โดยทั่วไปยื่นต่อสำนักงานภาษีของรัฐที่ Pensionskasse, Freizügigkeitsstiftung หรือสถาบัน 3a ผู้จ่ายเงินมีที่ตั้งอยู่
ตัวอย่างเช่น เราเคยอาศัยอยู่ที่ Winterthur แต่ Freizügigkeitsstiftung ตั้งอยู่ในรัฐ Schwyz คำร้องอาจต้องส่งไปที่รัฐ Schwyz ไม่ใช่ Zürich
3. กรอกแบบฟอร์มขอคืน
ชื่อแบบฟอร์มโดยทั่วไปคือ:
Antrag auf Rückerstattung der Quellensteuer auf Leistungen von Vorsorgeeinrichtungen mit Sitz in der Schweiz
ภาษาอังกฤษ: Application for refund of the withholding tax on payments by pension funds domiciled in Switzerland
ข้อมูลที่ต้องกรอกมักประกอบด้วย:
- ประเภทของเงินที่ได้รับ
- ยอดเงินก่อนหักภาษี
- จำนวนภาษีที่ถูกหัก
- วันที่จ่าย
- ชื่อสถาบันผู้จ่าย
- ที่อยู่ในประเทศไทย
- บัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน
4. ขอหนังสือรับรองจากกรมสรรพากรไทย
สำนักงานภาษีสวิสต้องการหลักฐานว่า ในวันที่ได้รับเงิน ผู้รับเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทย และหน่วยงานภาษีไทยรับทราบเงินก้อนดังกล่าว
เอกสารที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่:
- ร.อ.01 — คำขอหนังสือรับรองภาษาอังกฤษ
- R.O.22 — Certificate of Residence
- R.O.21 — Income Tax Payment Certificate หากต้องแสดงการยื่นหรือชำระภาษี
การขอ R.O.22 สำหรับบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปอาจต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ใบเสร็จภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หนังสือเดินทาง หลักฐานจำนวนวันที่อยู่ในประเทศไทย และชื่อ–ที่อยู่ภาษาอังกฤษ
ควรขอ R.O.22 และสอบถามสำนักงานภาษีของรัฐสวิสเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ยอมรับหลักฐานใดทดแทนได้บ้าง อย่าส่งเพียงทะเบียนบ้านหรือใบ Abmeldung แล้วคาดว่าจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ
5. ตรวจหน้าที่ภาษีในประเทศไทย
ต้องตรวจพร้อมกัน 3 เรื่อง:
- เงินได้เกิดขึ้นในปีใด
- ปีที่นำเงินเข้าไทย อยู่ในประเทศไทยรวมตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปหรือไม่
- เงินก้อนนั้นถูกจัดเป็นเงินได้ประเภทใดตามกฎหมายไทย
ตามคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ป.162/2566 ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทยที่มีเงินได้จากต่างประเทศซึ่งเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เมื่อนำเงินได้นั้นเข้าประเทศไทย ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าเงิน PK หรือ 3a ต้องเสียภาษีไทยทั้งก้อนเสมอ หรือเสียเฉพาะผลตอบแทนเสมอ การจัดประเภทเงินต้น เงินสมทบของตนเอง เงินสมทบของนายจ้าง และผลตอบแทน ต้องตรวจจากเอกสารและข้อเท็จจริงของแต่ละราย
6. ส่งคำร้องไปยังสำนักงานภาษีของรัฐสวิส
เอกสารที่มักต้องแนบ ได้แก่:
- แบบฟอร์มขอคืนครบทุกหน้า
- ใบแจ้งการจ่ายเงินจากสถาบันบำนาญ
- หนังสือรับรองจำนวน Quellensteuer
- R.O.22 หรือหนังสือรับรองจากกรมสรรพากรไทย
- หลักฐานการยื่นหรือชำระภาษีไทย หากสำนักงานสวิสกำหนด
- สำเนาหนังสือเดินทาง
- หลักฐาน Abmeldung
- รายละเอียดบัญชีธนาคาร IBAN และ BIC/SWIFT
- เอกสารเปลี่ยนชื่อ หากชื่อในเอกสารไม่ตรงกัน
ตัวอย่างเช่น รัฐซูริกกำหนดให้ยื่นคำร้องภายใน 3 ปีนับจากวันที่จ่ายเงิน และไม่สามารถขยายกำหนดเวลานี้ได้ ต้องตรวจเงื่อนไขของรัฐที่รับคำร้องอีกครั้งก่อนยื่นจริง
ลำดับการเดินเรื่อง
- รับใบจ่ายเงินและหนังสือรับรองภาษีจากสถาบันสวิส
- ตรวจถิ่นที่อยู่ทางภาษีในวันที่เงินถึงกำหนดจ่าย
- แยกว่าเป็นเสาที่ 2, 3a หรือเงินจากงานภาครัฐ
- ตรวจสิทธิตาม DTA ไทย–สวิส
- สำแดงเงินต่อกรมสรรพากรไทยตามข้อเท็จจริง
- ขอ R.O.22 และหลักฐานภาษีที่เกี่ยวข้อง
- ยื่นคำร้องขอคืนต่อรัฐที่สถาบันผู้จ่ายตั้งอยู่
- เก็บคำตัดสินของสวิตเซอร์แลนด์ไว้กับเอกสารภาษีไทย
ตัวอย่างหน้าตาแบบฟอร์มและวิธีกรอก
ตัวอย่างด้านล่างอ้างอิงโครงสร้างแบบฟอร์มภาษาอังกฤษของรัฐซูริก เพื่อช่วยให้เห็นว่าต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง ชื่อ ตัวเลข และบัญชีธนาคารทั้งหมดเป็นข้อมูลสมมติ
สรุป
เงินก้อนเดียวต้องตรวจสองประเทศ การขอคืนภาษีจากสวิตเซอร์แลนด์และการเสียภาษีในประเทศไทยเป็นคนละขั้นตอน แต่เชื่อมโยงกันโดยตรง
ก่อนถอนเงินจึงต้องวางแผนทั้งวันที่ Abmeldung วันที่เงินถึงกำหนดจ่าย สถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี ประเภทของเงิน และวันที่นำเงินเข้าประเทศไทย
แหล่งข้อมูลทางการ
- Fedlex — อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–สวิส
- Kanton Zürich — การขอคืน Quellensteuer จากเงินบำนาญ
- แบบฟอร์มขอคืนภาษาอังกฤษ — Kanton Zürich
- กรมสรรพากรไทย — Certificate of Residence สำหรับบุคคลธรรมดา
- กรมสรรพากรไทย — คำสั่ง ป.161/2566 ฉบับแก้ไข
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยภาษีเฉพาะบุคคล การตีความเงินเสาที่ 2, Säule 3a และหลักฐานที่ใช้ขอคืนอาจแตกต่างตามประเภทเงิน รัฐที่สถาบันตั้งอยู่ และข้อเท็จจริงของผู้รับ ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทำธุรกรรมก้อนใหญ่
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการลงทุนเฉพาะบุคคล