เกณฑ์ 180 วันใช้ตามกฎหมายภายในไทย แต่หากสวิตเซอร์แลนด์ก็ถือว่าคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในช่วงเดียวกัน ต้องใช้กติกาตัดสินในข้อ 4 ของอนุสัญญาต่อ
สมมุติว่าคุณย้ายจากสวิตเซอร์แลนด์กลับไทยกลางปี อยู่ไทยเกิน 180 วัน แต่ยังมีบ้าน คู่สมรสหรือลูก ธุรกิจ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในสวิส กรณีนี้ไม่ควรสรุปจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียวว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ตามอนุสัญญาของไทยแล้ว
ข้อ 4 ทำหน้าที่อะไร?
ข้อ 4 ระบุ “บ้านทางภาษี” สำหรับการใช้อนุสัญญา ก่อนวิเคราะห์ว่ารายได้แต่ละก้อนอยู่ในข้อใดและประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษี
ผู้มีถิ่นที่อยู่หมายถึงบุคคลที่ตามกฎหมายของรัฐนั้นมีหน้าที่เสียภาษีเพราะภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ สถานจดทะเบียน สถานจัดการ หรือเกณฑ์เชื่อมโยงลักษณะเดียวกัน แต่ไม่รวมผู้ที่เสียภาษีในรัฐนั้นเพียงเพราะมีเงินได้จากแหล่งในรัฐนั้นเท่านั้น
คนที่อาศัยในไทยแต่มีบ้านให้เช่าในสวิสอาจยังเสียภาษีสวิสจากอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่การเสียภาษีจากค่าเช่าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ของสวิสโดยอัตโนมัติ
Permit, Abmeldung และสัญชาติไม่ใช่คำตอบเพียงใบเดียว
Permit B หรือ C, การทำ Abmeldung และหนังสือเดินทางเป็นหลักฐานประกอบ แต่ไม่ใช่เอกสารใบเดียวที่ตัดสินข้อ 4 ต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น
- อาศัยอยู่และมีบ้านพร้อมใช้อยู่ที่ไหน
- คู่สมรส ลูก และครอบครัวใกล้ชิดอยู่ที่ไหน
- ทำงานหรือประกอบธุรกิจที่ไหน
- รายได้และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหลักอยู่ที่ไหน
- ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ประเทศใด
- กฎหมายภายในของแต่ละประเทศถือสถานะอย่างไร
180 วันของไทยหมายความว่าอย่างไร?
ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 ถือว่าบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวมตั้งแต่ 180 วันในปีภาษีเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีนั้น จำนวนวันไม่จำเป็นต้องติดต่อกันและนับรวมภายในปีปฏิทิน
นี่เป็นการทดสอบตามกฎหมายภายในไทย หากสวิสก็ถือบุคคลเดียวกันเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ จึงเข้าสู่กติกาตัดสินถิ่นที่อยู่ซ้อนในข้อ 4 วรรค 2
ลำดับตัดสินเมื่อเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทั้งสองประเทศ
ต้องตรวจตามลำดับ หากตัดสินได้ในขั้นใดจึงไม่ต้องข้ามไปเลือกขั้นถัดไป
1. บ้านถาวรพร้อมใช้ (Permanent Home)
ดูว่ามีบ้านพร้อมให้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องในประเทศใด อาจเป็นบ้านของตน บ้านเช่า หรืออพาร์ตเมนต์ ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ แต่ที่พักชั่วคราวระหว่างเดินทางโดยทั่วไปไม่ใช่บ้านถาวรในความหมายเดียวกัน
- มีบ้านถาวรเฉพาะไทย — ชี้ไปที่ไทย
- มีบ้านถาวรเฉพาะสวิส — ชี้ไปที่สวิส
- มีบ้านพร้อมใช้ทั้งสองประเทศ — ไปขั้นที่ 2
2. ศูนย์กลางผลประโยชน์อันสำคัญ (Centre of Vital Interests)
ดูว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวและเศรษฐกิจใกล้ชิดกับประเทศใดมากกว่า โดยพิจารณาภาพรวม ไม่ใช่บ้านหรือบัญชีธนาคารเพียงรายการเดียว
- ส่วนตัว: คู่สมรส ลูก ครอบครัว โรงเรียน และกิจกรรมทางสังคม
- เศรษฐกิจ: งาน ธุรกิจ รายได้หลัก สำนักงาน การบริหารทรัพย์สิน และภาระผูกพัน
3. ที่อยู่เป็นปกติวิสัย (Habitual Abode)
หากศูนย์กลางชีวิตยังตัดสินไม่ได้ หรือไม่มีบ้านถาวรในทั้งสองรัฐ ให้ดูรูปแบบการใช้ชีวิตจริง ความถี่ ระยะเวลา และความสม่ำเสมอของการอยู่อาศัย ไม่ใช่จำนวนวันปีเดียวแบบโดด ๆ
4. สัญชาติ
ใช้เมื่อขั้นก่อนหน้ายังตัดสินไม่ได้ ผู้ถือเฉพาะสัญชาติไทยชี้ไปที่ไทย ผู้ถือเฉพาะสัญชาติสวิสชี้ไปที่สวิส หากถือทั้งสองหรือไม่ถือสัญชาติของทั้งสองรัฐ ให้ไปขั้นสุดท้าย
5. การตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
หากยังตัดสินไม่ได้ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของไทยและสวิสต้องหาข้อยุติร่วมกัน ผู้เสียภาษีไม่สามารถเลือกประเทศถิ่นที่อยู่เพียงเพราะอัตราภาษีต่ำกว่า
ตัวอย่างที่ 1: อยู่ไทย 200 วัน แต่ศูนย์กลางชีวิตยังอยู่สวิส
หากคู่สมรสและลูกยังอยู่สวิส มีบ้านพร้อมใช้ ยังทำงานหรือบริหารธุรกิจในสวิส และการอยู่ไทยเป็นเพียงชั่วคราว ศูนย์กลางชีวิตอาจยังชี้ไปที่สวิสได้ แม้เข้าเกณฑ์ 180 วันของไทยแล้ว ผลจริงต้องตรวจข้อเท็จจริงทั้งหมด
ตัวอย่างที่ 2: ย้ายกลับไทยจริง
การยกเลิกบ้านในสวิส ทำ Abmeldung ย้ายครอบครัวและทรัพย์สินกลับไทย เริ่มใช้ชีวิตประจำวันในไทย และไม่มีบ้านพร้อมใช้ในสวิส เป็นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนว่าบ้านถาวรและศูนย์กลางชีวิตย้ายมาไทย
ยังต้องตรวจวันสิ้นสุดสถานะภาษีสวิส ปีที่อยู่ไทยครบ 180 วัน และวันที่ได้รับเงินแต่ละก้อน อย่านำสถานะ ณ วันสิ้นปีไปตอบแทนทุกเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
ตัวอย่างที่ 3: มีบ้านและใช้ชีวิตทั้งสองประเทศ
ผู้ที่มีบ้านทั้งไทยและสวิส อยู่สลับกัน ทำงานออนไลน์ หรือมีครอบครัวและทรัพย์สินสองประเทศ ต้องตรวจตามลำดับทั้งห้าขั้น การเลือกยื่นภาษีประเทศเดียวไม่ได้ทำให้ประเทศนั้นกลายเป็นถิ่นที่อยู่ตามอนุสัญญาโดยอัตโนมัติ
บริษัทใช้หลักเดียวกันหรือไม่?
ไม่เหมือนบุคคลธรรมดาทั้งหมด ข้อ 4 วรรค 3 ระบุว่า หากบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดาถูกถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทั้งสองรัฐ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจต้องกำหนดแนวทางโดยความตกลงร่วมกัน ต้นฉบับฉบับนี้ไม่ได้ให้ใช้สถานที่บริหารที่แท้จริงเพียงเกณฑ์เดียวโดยอัตโนมัติ
อย่าสับสน 180 วันกับ 183 วัน
- 180 วัน — เกณฑ์ผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 ในปีปฏิทิน
- 183 วัน — เงื่อนไขหนึ่งในข้อ 14 เรื่องค่าตอบแทนจากการทำงานหรือบริการในอีกรัฐ
ข้อ 14 ยังมีเงื่อนไขเรื่องผู้จ่ายและสถานประกอบการถาวร จึงไม่ควรสรุปว่าอยู่ไม่ถึง 183 วันแล้วไม่เสียภาษี
เอกสารที่ช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริง
- หนังสือเดินทางและประวัติเข้า–ออกประเทศ
- Meldebestätigung หรือ Abmeldebestätigung
- สัญญาเช่าและหลักฐานว่าบ้านพร้อมใช้หรือสิ้นสุดแล้ว
- เอกสารการทำงานหรือประกอบธุรกิจ
- ที่อยู่ของคู่สมรสและลูก รวมถึงเอกสารโรงเรียน
- แบบยื่นภาษีและใบประเมินภาษี
- หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี เช่น R.O.22 หรือเอกสารจากสวิส
- หลักฐานวันที่ย้ายและวันที่ได้รับเงินแต่ละก้อน
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เป็นหลักฐานสำคัญ แต่หากข้อเท็จจริงทำให้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายภายในของทั้งสองรัฐ ก็ยังต้องใช้ลำดับในข้อ 4
ข้อ 4 ไม่ได้ตัดสินภาษีของเงินทุกก้อน
แม้ตัดสินว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ของไทยแล้ว สวิสอาจยังมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินบางประเภท เช่น ค่าเช่าบ้านที่ตั้งอยู่ในสวิสตามข้อ 6 จึงต้องเปิดข้อบทของเงินแต่ละก้อนต่อ:
- อสังหาริมทรัพย์ — ข้อ 6
- กำไรจากธุรกิจ — ข้อ 7
- เงินปันผล — ข้อ 10
- ดอกเบี้ย — ข้อ 11
- ผลได้จากทุน — ข้อ 13
- งานและบริการ — ข้อ 14
- เงินบำนาญ — ข้อ 17 หรือ 18
- การขจัดภาษีซ้อน — ข้อ 20
สรุปสองชั้น
- ชั้นแรก: ตรวจสถานะตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ ไทยมีเกณฑ์สำคัญคืออยู่รวมตั้งแต่ 180 วัน
- ชั้นที่สอง: หากเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทั้งไทยและสวิส ให้ตรวจบ้านถาวร ศูนย์กลางชีวิต ที่อยู่เป็นปกติวิสัย สัญชาติ และการตกลงร่วมกันตามลำดับ
คำถามที่ต้องถามจึงไม่ใช่เพียง “ปีนี้อยู่ไทยกี่วัน?” แต่รวมถึง “ในช่วงที่ได้รับเงิน บ้าน ครอบครัว งาน ธุรกิจ และศูนย์กลางชีวิตอยู่ที่ไหน?”
แหล่งข้อมูลทางการ
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยภาษีเฉพาะบุคคล กรณีมีบ้าน ครอบครัว งาน หรือธุรกิจในทั้งสองประเทศ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนยื่นภาษีหรือใช้สิทธิตามอนุสัญญา
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการลงทุนเฉพาะบุคคล