การที่ข้อมูลบัญชีถูกส่งให้หน่วยงานภาษี ไม่ได้แปลว่าเงินทุกก้อนต้องเสียภาษีทันที ต้องตรวจสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี ประเภทและช่วงเวลาที่เกิดเงินได้ การนำเงินเข้าไทย ภาษีที่เคยชำระ และสิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนแยกกันค่ะ
เงินอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ไทยจะรู้ได้อย่างไร?
Common Reporting Standard (CRS) เป็นมาตรฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีการเงินโดยอัตโนมัติ หรือ Automatic Exchange of Information (AEOI) ระหว่างเขตอำนาจภาษีที่มีความสัมพันธ์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
ความสัมพันธ์ AEOI แบบต่างตอบแทนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับไทยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 สถาบันการเงินที่มีหน้าที่รายงานจะพิจารณาถิ่นที่อยู่ทางภาษีของเจ้าของบัญชีและรายงานข้อมูลตามหลักเกณฑ์ เช่น ข้อมูลระบุตัวตน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ยอดคงเหลือหรือมูลค่าบัญชี และรายได้ทางการเงินบางประเภท
ประเภทบัญชี ผู้ถือบัญชี สถาบันการเงิน และข้อยกเว้นตาม CRS มีผลต่อขอบเขตการรายงาน หากต้องการทราบว่าบัญชีใดของคุณเข้าข่าย ให้สอบถามธนาคารหรือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้เอกสารบัญชีจริง
แยก 3 เรื่องนี้ให้ออก
1. CRS: ใครเห็นข้อมูลอะไร
CRS ตอบเรื่องการรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ได้เป็นกฎหมายที่เรียกเก็บภาษีจากยอดเงินในบัญชีโดยอัตโนมัติ
2. Tax resident: ประเทศใดถือว่าคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
ตามกฎหมายไทย จำนวนวันที่อยู่ในประเทศไทยเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญ โดยเกณฑ์ 180 วันพิจารณาเป็นรายปีภาษีและนับรวมทุกช่วงที่อยู่ในไทยระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดต่อกัน หากอาจเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ของทั้งไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนและข้อเท็จจริงเฉพาะรายเพิ่มเติม
3. Tax payable: เงินนั้นต้องเสียภาษีจริงหรือไม่
การพบข้อมูลบัญชีไม่ได้ทำให้ยอดทั้งหมดกลายเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ต้องแยกเงินต้นออกจากดอกเบี้ย เงินปันผล กำไร เงินเดือน เงินบำนาญ หรือเงินจากการขายทรัพย์สิน และตรวจปีที่เงินได้เกิดขึ้น สถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ในปีนั้น การนำเงินเข้าไทย ภาษีที่ชำระในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงสิทธิขอเครดิตหรือยกเว้นตามกฎหมายและอนุสัญญาภาษีซ้อน
กฎที่ใช้จริงตั้งแต่ปีภาษี 2567
หัวข้อข้างบนบอกว่าต้องดู “ช่วงเวลาที่เกิดเงินได้” ส่วนนี้คือกฎที่ใช้จริงและเส้นแบ่งที่คนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ควรรู้
ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 เงินได้จากแหล่งต่างประเทศจะเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 41 วรรคสองเมื่อครบสองข้อ
- มีเงินได้พึงประเมินจากต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ในปีภาษีที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป
- นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีเดียวกันหรือปีภาษีต่อมา
เมื่อครบทั้งสองข้อ ให้นำเงินได้มารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเงินเข้าประเทศไทย ส่วนเงินได้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ไม่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ แม้นำเข้าประเทศไทยภายหลัง
เทียบ 3 กรณีที่เจอบ่อย
เงินเก็บจากเงินเดือนในสวิตเซอร์แลนด์ที่เกิดและสะสมก่อนปี 2567 แล้วโอนเข้าไทยปี 2569 ไม่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ แต่ควรมีเอกสารพิสูจน์ว่าเงินได้เกิดก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 จริง
ดอกเบี้ยหรือเงินปันผลเกิดในปี 2568 ขณะที่อยู่ไทยรวมตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป แล้วโอนเข้าไทยปี 2569 เข้าเงื่อนไขให้นำมารวมคำนวณในปีภาษี 2569 ภาษีที่ถูกหักในสวิตเซอร์แลนด์อาจนำมาพิจารณาเครดิตหรือสิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน โดยต้องตรวจประเภทเงินได้และเอกสารเป็นรายกรณี
เงินได้เกิดในปี 2568 ซึ่งปีนั้นอยู่ไทยรวมไม่ถึง 180 วัน แล้วนำเข้าไทยปี 2569 เงินได้จากต่างประเทศก้อนนี้ไม่เข้าองค์ประกอบเรื่องผู้มีถิ่นที่อยู่ในปีที่เงินได้เกิดตามคำอธิบายของกรมสรรพากร แม้ปี 2569 จะอยู่ไทยถึง 180 วันหรือไม่ก็ตาม แต่เงินได้ที่มีแหล่งในประเทศไทยยังต้องพิจารณาแยกต่างหาก
ผู้เสียภาษีควรมีเอกสารเพียงพอเพื่ออธิบายว่าเงินที่นำเข้าเป็นเงินต้นหรือเงินได้ และเกิดขึ้นเมื่อใด จุดที่ยากคือเงินก่อนและหลังปี 2567 ปนกันในบัญชีเดียว เพราะยอดคงเหลือไม่ได้บอกว่าเงินส่วนใดเกิดเมื่อไร การนับ 180 วันก็นับเป็นรายปีภาษีและรวมทุกครั้งที่อยู่ประเทศไทย ไม่ใช่นับช่วงต่อเนื่องข้ามปี
- ขอ Statement ที่แสดงยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 และเก็บเอกสารที่แสดงที่มาของยอดนั้น
- หากเหมาะกับสถานการณ์ อาจแยกบัญชีเงินเดิมกับเงินได้ใหม่เพื่อช่วยจัดเอกสาร ทั้งนี้ไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย
- จดวันเข้า–ออกประเทศไทยและเก็บหลักฐานการเดินทางในแต่ละปี
มีข้อเสนอเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าประเทศไทยภายในปีที่เกิดเงินได้หรือปีถัดไป แต่ ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 ยังไม่พบกฎหมายที่ประกาศใช้และยืนยันหลักเกณฑ์ดังกล่าวในหน้ากฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร ก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ควรตรวจสถานะล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีไทยอีกครั้ง
อย่ากลัวผิดจุด
การย้ายเงินหลายบัญชีเพื่อหลบการรายงาน หรือให้ข้อมูลถิ่นที่อยู่ทางภาษีไม่ถูกต้อง ไม่ได้แก้ปัญหาและอาจเพิ่มความเสี่ยง สิ่งที่ช่วยได้จริงคือข้อมูลที่ถูกต้องและเอกสารที่เชื่อมโยงที่มาของเงินได้ค่ะ
เอกสารที่ควรเก็บ
- Statement และเอกสารเปิดบัญชีที่แสดงเจ้าของบัญชีและช่วงเวลา
- สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองรายได้ และใบรับรองภาษีของสวิตเซอร์แลนด์
- ใบแจ้งยอดดอกเบี้ย เงินปันผล และรายการซื้อขายหลักทรัพย์
- ใบแจ้งยอด AHV, Pensionskasse และ Säule 3a
- สัญญาขายทรัพย์สิน หลักฐานต้นทุน และหลักฐานวันที่ได้รับเงิน
- หลักฐานการโอนเงินเข้าสู่ประเทศไทยและอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้
- หลักฐานถิ่นที่อยู่และจำนวนวันที่อยู่ในแต่ละประเทศ
สรุปสั้น ๆ
- CRS คือระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ใช่ภาษี
- ข้อมูลถูกส่ง ไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษีทันที
- เงินได้ที่เกิดก่อน 1 มกราคม 2567 ไม่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ แม้โอนเข้าไทยภายหลัง
- เงื่อนไข 180 วันนับเป็นรายปีภาษีและผูกกับปีที่เงินได้เกิดขึ้น ไม่ใช่นับต่อเนื่องข้ามปี
- ต้องแยกเงินต้นกับเงินได้ และตรวจปีที่เกิดเงินได้กับปีที่นำเข้า
- เอกสารอธิบายที่มาของเงินสำคัญกว่าการพยายามซ่อนเงิน
คำศัพท์ในบทนี้
- CRS (Common Reporting Standard) = มาตรฐานการรายงานข้อมูลบัญชีการเงินร่วมกัน
- AEOI (Automatic Exchange of Information) = การแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยอัตโนมัติ
- DTA (Double Tax Agreement) = อนุสัญญาภาษีซ้อน
- Pensionskasse = กองทุนบำเหน็จบำนาญนายจ้าง เสาที่ 2
- Säule 3a = การออมเพื่อเกษียณภาคสมัครใจ เสาที่ 3 แบบผูกพัน
- Quellensteuer = ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- Kanton = รัฐหรือหน่วยการปกครองของสวิตเซอร์แลนด์
- Tax resident = ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
ดูคำศัพท์ 4 ภาษาทั้งหมดที่หน้า Dictionary →
แหล่งข้อมูลทางการ
- กรมสรรพากร — คำถาม–คำตอบเรื่อง ป.161/2566 และ ป.162/2566
- กรมสรรพากร — กฎหมายออกใหม่
- OECD — AEOI exchange relationships
- Swiss State Secretariat for International Finance — AEOI
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะบุคคล ผลจริงขึ้นอยู่กับถิ่นที่อยู่ ประเภทเงินได้ วันที่ได้รับและนำเงินเข้า เอกสาร และกฎหมายที่ใช้ในปีนั้น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีไทย–สวิสตรวจกรณีจริงก่อนยื่นแบบหรือแก้ไขแบบย้อนหลัง
ตรวจสอบล่าสุด: 12 กันยายน 2569